HOME

Thai Tanning Industry Association | สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย | 泰 國 製 革 廠 公 會

226 M.1 Sukhumvit Road KM.30, Taiban,
Muang, Samutprakarn 10280 Thailand
T:    (66) 02 703 9009, 8886
F:    (66) 02 703 9010
E:    ttia@thaitanning.org
W:   www.thaitanning.org
F:    facebook.com/ThaiTanningIndustryAssociation

226 หมู่ 1 ถนนสุขุมวิท กม.30
ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรปราการ 10280

สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย (TTIA)

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีโรงงานฟอกหนังประมาณ 130 โรง ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้องค์กรที่เรียกว่า
"สมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย" เป้าหมายของการรวมตัวของเรา เพื่อการบริหารจัดการ
และช่วยเหลือกลุ่มสมาชิกของเรา ทางด้านเทคนิค เรื่องสิ่งแวดล้อม ของเสียอุตสาหกรรม
รวมถึงช่วยเหลือเรื่องการค้าระหว่างประเทศ

TTIA ได้ให้ความสำคัญและทุ่มเทด้านทุนทรัพย์ และเวลาในการพัฒนาเรื่องการบำบัดน้ำเสีย
โดยมีการรวมทุนกว่า 200 ล้านบาท สร้างระบบกำจัดน้ำเสียทั้ง 2 แห่ง บนเนื้อที่กว่า 52 ไร่ และได้มีการปรับปรุง
และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้กับระบบกำจัดน้ำเสียทั้ง 2 แห่งอยู่ตลอดเวลา เพราะความสามัคคี มีระเบียบ
การทำงานอย่างมีระบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมของเรา ให้ก้าวไกลไปพร้อมๆ กับการรักษาสภาพแวดล้อม

ความเป็นมา

อุตสาหกรรมฟอกหนังเป็นอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากกว่า 60 ปีแล้ว โดยเริ่มแรกก่อตั้งที่จังหวัดนนทบุรี ต่อมาได้ย้ายโรงงานมาตั้งที่บริเวณสะพาน....... และบริเวณคลองเตย จนกระทั่งปี 2500 อุตสาหกรรมฟอกหนังได้ย้ายโรงงานมาตั้งอยู่บริเวณสุขุมวิท กม.30 และ กม.34 เราเป็นอุตสาหกรรมเพียงชนิดเดียวของไทยที่รวมตัวกันอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเดียวกันได้ โดยมีสมาชิกประมาณ 138 โรงงาน ใช้แรงงานมากกว่า 150,000 คน มีทั้งบริษัทที่ร่วมทุนกับต่างชาติ โรงงานที่ได้รับการสนับสนุนจากทางBOI และโรงงานที่ผู้ลงทุนเป็นคนไทยล้วนๆ

อุตสาหกรรมฟอกหนังของไทยมีปริมาณการผลิตหนังฟอกรวมกันประมาณปีละ 30,000 ตัน ต่อเดือน 90% ของหนังสัตว์ที่ใช้ผลิตทั้งหมดมาจากหนังโคและกระบือ นอกเหนือจากนี้ หนังสัตว์ที่นำมาผลิตเครื่องหนังมาจากสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น แพะ แกะ งู จระเข้ ม้า และสุกร เป็นต้น

แหล่งหนัง

แหล่งหนังที่มีการนำมาผลิต 20% ใช้หนังในประเทศ และ 80% เป็นหนังที่นำเข้า โดยส่วนใหญ่จะมีการนำมาจากประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน บราซิล สหภาพยุโรป และแอฟริกาใต้

ประเภทของผลิตภัณฑ์หนัง

1. หนังรองเท้า
2. หนังกระเป๋า
3. หนังเฟอร์นิเจอร์
4. หนังเบาะรถยนต์
5. หนังฟอกฝาด
6. หนัง Suede
7. อาหารและของเล่นสุนัข

วัตถุประสงค์

...

พันธกิจ

...

กระบวนการฟอกหนัง

1. กรรมวิธีเตรียมหนังก่อนฟอก (Beam House Process)

การเตรียมหนังก่อนฟอก เป็นการกําจัดส่วนที่ไม่ต้องการ เช่น ขน เศษหนัง กีบเท้า ฯลฯ ออกจากหนังดิบและเตรียมหนังให้พร้อมที่จะฟอก มีการแช่น้ำปูนกัดขนออกด้วยซัลไฟด์ ขูดพังผืด แล่หนัง ล้างน้ําปูน และบ่มหนัง น้ำเสียที่เกิดจากกรรมวิธีขั้นตอนนี้ มีฤทธิ์เป็นด่างอย่างแรง และมีสิ่งเจือปน คือเศษหนังขน ซึ่งเป็นสารจําพวกโปรตีน และไขมัน ตลอดจนสารเคมีที่ใช้ได้แก่ ปูนขาว สารพวกสบู่ เกลือแอมโมเนีย อัลคาไลน์ซัลไฟด์ และยาฆ่าเชื้อ ทั้งนี้ เมื่อผ่าแยกชิ้นแล้ว ส่วนบนเรียกหนัง “upper” หรือ “grain” เอาไปผลิตหนังฟอก ส่วนล่างเรียกว่าหนัง “ส่วนล่าง” หรือ “splits”

2. การฟอก (Tanning Process)

ภายหลังจากที่ได้ทําความสะอาดผ่านหนังดิบให้มีขนาดตามต้องการแล้ว จะนําหนังไปผ่านการฟอก ซึ่งการฟอกหนังก็คือการเปลี่ยนสภาพหนังสัตว์ดิบ ซึ่งเน่าเปื่อยได้ ไปเป็นหนังสําเร็จ ซึ่งคงตัวกว่า ไม่เน่าเปื่อย มีความทนทานต่อสภาพอากาศและน้ำร้อน ทั้งนี้ การรักษาสภาพหนังไม่ให้เน่าเปื่อย จะอาศัยสารเคมีบางชนิด ได้แก่ ฝาด โครเมียม หรือสารเคมีอื่นๆ เข้าไปทําปฏิกิริยากับคอลลาเจน (โปรตีน) ในหนัง

การฟอกหนังที่นิยมใช้มี 2 วิธี คือ การฟอกโครมซึ่งอาศัยโครเมียม และการฟอกฝาดซึ่งอาศัยแทนนิน หรือสารสังเคราะห์มาเป็นตัวฟอก ทั้งนี้ การฟอกโครมเป็นที่นิยมกว่า เนื่องจากใช้เวลาสั้น สารเคมีราคาถูก หนังที่ฟอกแล้ว ทนต่อความร้อนและความชื้นดีกว่า อนึ่ง การดองกรด เป็นขั้นตอนที่จำเป็นต้องมีการฟอกทั้ง 2 วิธี สารเคมีที่ใช้ คือ เกลือแกง กรดกํามะถัน และกรดฟอร์มิก วัตถุประสงค์ของการดองกรดก็เพื่อปรับ pH ให้เหมาะสมกับปฏิกิริยาการฟอกหนัง ระหว่างการฟอกอาจมีการเติมสารเคมีพิเศษ (สารช่วยฟอก หรือสารช่วยตรึงโครเมียม) ลงไประหว่างการดองกรด เพื่อให้หนังจับโครเมียมได้ดีขึ้น และเพื่อลดปริมาณโครเมียมในน้ำเสีย

ก) การฟอกโครม เป็นการฟอกที่กระทําในถังหมุน ซึ่งจะใช้สารเคมีพวกเบสิก โครเมียม (Cr3+) เป็นตัวฟอก
โดยทั่วไปแล้ว ประมาณร้อยละ 70 ของโครเมียมที่เติมลงไปจะทําปฏิกิริยากับหนัง ที่เหลืออีกร้อยละ 30 จะถูกปล่อยทิ้งไปกับน้ำเสีย การตรึงโครมให้อยู่กับหนังสามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วย การปรับ pH ดังนั้น ระหว่างการฟอกโครมจึงต้องมีการเติมโซเดียมคาร์บอเนตลงไปทีละน้อยช้าๆ เพื่อปรับ pH ให้ได้ประมาณ 4.5 หนังที่ผ่านการฟอกโครมแล้ว เรียกว่า <strong>หนัง Wet-Blue

ข) การฟอกฝาด การฟอกฝาดสามารถกระทําได้ในถังไม้ปั่น หรือบ่อคอนกรีต ที่ต่อแบบอนุกรม (เรียงๆ กันไป) โดยจะใช้แทนนินซึ่งสกัดจากเปลือกไม้พวกยูคาลิปตัส ต้นควีบราโค และอื่นๆ มาเป็นสารฟอก ทั้งนี้ น้ำฟอกที่ใช้แล้วสามารถนํามาใช้ซ้ําได้อีก

ขั้นตอนที่สําคัญคือการล้างฝาดส่วนเกิน โดยใช้กรดอ็อกซาลิคล้างฝาดออกจากหนังซึ่งจะมีผลต่อคุณภาพหนังอย่างมาก หนังสําเร็จรูปที่เกิดจากการฟอกฝาดจะมีน้ำหนักมากกว่าการฟอกโครม มักใช้เป็นพื้นรองเท้า เข็มขัด และมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าการฟอกโครม

หลังจากการฟอกแล้ว หนังจะถูกรีดน้ําทําให้แห้ง เจียรผิวด้วยเครื่องตัดแต่ง และคัดเลือกเพื่อเก็บไว้รอจําหน่ายหรือแปรรูปต่อไป

3. การฟอกซ้ำย้อมสีให้น้ำมัน และการตกแต่งหนัง (Finishing Process)

การฟอกซ้ำมักกระทํากับหนังที่ได้มาจากฟอกโครม โดยทําขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพหนังให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด ในการนี้ สารเคมีที่ใช้อาจเป็นโครเมียม แทนนิน หรือซินแทน (ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ขึ้น) ก็ได้

การย้อมสีจะกระทําตามที่ตลาดต้องการ หรืออาจไม่ย้อมสีก็ได้ ขั้นตอนของการย้อมสีแตกต่างกันไปตามแต่ชนิดของสีท่ีใช้ย้อม ปกติจะใช้กรดฟอร์มิกปรับสภาพก่อนการย้อมด้วยสี และการตรึงให้สีติดหนังซึ่งต้องอาศัยอุณหภูมิสูงมักใช้ไอน้ํามาทําให้หนังย้อมร้อนขึ้น

หนังที่จะนํำไปใช้งานจําเป็นต้องมีความอ่อนนุ่มอยู่ตัว ดังนั้น จําเป็นต้องมีการทําน้ำมันให้แก่หนังที่ฟอกแล้ว การทําน้ำมันอาจทําพร้อมการฟอกซ้ำหรือการย้อมสี หรืออาศัยการทาต่างหากก็ได้ หนังที่ผ่านขั้นตอนนี้แล้วจะนําไปผ่านการพ่นสี พิมพ์ลายและอื่นๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดต่อไป

1. กรรมวิธีเตรียมหนังก่อนฟอก (Beam House Process)

2. การฟอก (Tanning Process)

3. การฟอกซ้ำย้อมสีให้น้ำมัน และการตกแต่งหนัง (Finishing Process)

 

All Rights Reserved 2018 | Thai Tanning Industry Association | Samutprakarn | THAILAND